ผอ.สำนักพุทธศาสนาจ.สุรินทร์ จี้สอบวัดปล่อยอสรพิษ ผ้าเหลืองร้อน “สงฆ์นอกรีด”(ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook สุรินทร์นิวส์
  • 1.4K
  •  
  •  
  •  
  •  
    1.4K
    Shares

ผอ.สำนักพุทธศาสนาจ.สุรินทร์ จี้สอบวัดปล่อยอสรพิษ ผ้าเหลืองร้อน “สงฆ์นอกรีด”

วันนี้(15 ม.ค.62)ผู้สื่อข่าวประจำจ.สุรินทร์ รายงานความคืบหน้าล่าสุด กรณี หลังได้รับการร้องเรียนทางโซเซียลมีเดีย เฟสบุ๊ก จากชาวบ้านในพื้นที่ ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ พร้อมแชร์คลิป บรรยากาศที่วัดสว่างโสภณ บ้านหนองกระบือ ม.2 ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นภาพเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 13ธ.ค.61 ที่ผ่านมา เป็นภาพบรรยากาศ ญาติโยมหลั่งไหล ร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์ต่อชะตา เสริมบารมีอันศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ ฉบับเขมรโบราณ ทำสังฆทาน ภาคพิสดาร ด้วยการ ปล่อยงูเห่า-งูจงอาง โดยให้ญาติโยมที่ศรัทธา ถวายงูมีพิษ งูเห่า จงอาง แถมประกาศต้องการงู ทำพิธีปล่อยงูคืนสู่ธรรมชาติ มีการเผยแพร่คลิปผ่าน เฟสบุ๊คส่วนตัวของ พระอาจารย์โบรี ธีรมุนี หรือ พระครูสมุห์โบรี ธีรมุนี (ชาวกัมพูชา)รักษาการเจ้าอาวาสวัดสว่างโสภณ ชาวบ้านต่างพากัน เดือดร้อน และผวากลัว “ดงงู” ไม่กล้าเป็นอันดินอันนอน โดยชาวบ้าน ลูกเด็ก เล็กแดงที่อาศัยอยู่ข้างเคียงวัด และไล่ฉก วัวควาย

ความวัวยังไม่หาย​ ความควายเข้ามาแทรก​ เมื่อคนตาดีเห็นการเปิดเช่าพระสมเด็จกรามช้าง​ อ้างสรรพคุณ​ ใครเช่า​ มีบุญหนัก​ มีศักดิ์บารมีใหญ่โต​ เปิดบูชาแค่14องค์​ แถมส่งEMS​ อ้างวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ช่วยสาธารณประโยชน์​ โดยเจ้าสำนัก​วัดดังเป็นพระจากฝั่งเขมร​ ใช้โซเชียลขายของ​ อวดตนเก่งวิชาอาคม​ ผิดหลักคำสอนพระพุทธศาสนา​ ชาวบ้านวิงวอนผ่านสื่อ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง​ เร่งตรวจสอบ​ เงินบริจาค​ บัญชีวัด​ ทำโปร่งใส​ หรือไหลออกไปฝั่งเพื่อนบ้าน​ ติง​ คนไทยอย่างมงาย

ขณะเดียวกัน​ หลังจาก​ มีเรื่องร้องเรียน​พระอวดตริ สะเดาะเคราะห์ปล่อยงู​ ตั้งราคาบุญ​ เจ้าอาวาส​ ข้ามกลับบ้านไปฝั่งกัมพูชา​ อ้างแม่ป่วย​ ปล่อยให้​ ลูกศิษย์​ สาวก​ รับหน้า​ แต่ยังแก้ไขความหวาดกลัวของชาวบ้านไม่ได้

ล่าสุดช่วงบ่าย วันนี้(15 ม.ค.62)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ ได้เดินทางไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเข้าพบ นายเพทาย สดทรงศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ ทราบว่าได้ออกไปปฏิบัติราชการ ร่วมกับ พระศรีสุทธิคุณ เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์ (มหานิกาย )จึงได้โทรศัพท์ เพื่อสอบถามความคืบหน้าในกรณี วัดปล่อยสังฆทานอสรพิษ

นายเพทาย สดทรงศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่า ทางสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดสุรินทร์ไม่ได้นิ่งนอนใจ หลังสื่อมวลชนมีการนำเสนอข่าว ได้โทรศัพท์ประสานโดยตรง และทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังคณะสงฆ์ผู้ปกครอง เจ้าคณะจังหวัดสุรินทร์(มหานิกาย) รักษาการเจ้าคณะอำเภอปราสาท และเจ้าคณะตำบลตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ ให้ทำการสอบพระธรรมวินัยสงฆ์ในปกครองและลงโทษตาม “พระวินัย” และ “กฎหมายคณะสงฆ์”

“พระวินัย” คือ กฎระเบียบข้อบังคับที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้เพื่อป้องกันการละเมิดและการกระทำผิดของพระภิกษุสงฆ์ เมื่อใดกระทำผิดศีล ศีลขาด หรือ อาบัติ จะมีบทโทษดังนี้

ครุกาบัติ หรือ อาบัติหนัก ที่มีโทษร้ายแรง มี 2 ประการ คือ อาบัติปาราชิก เป็นอาบัติขั้นสูงสุดของพระสงฆ์ ทำให้ขาดจากการเป็นพระทันที ไม่ว่ามีผู้รู้เห็นหรือไม่ โดยเฉพาะ พระสงฆ์ที่ตกเป็นข่าวกรณี อวดอุตริมนุสธรรม คือ การอวดอ้างคุณวิเศษที่ไม่มีในตน สำหรับกรณีพระสงฆ์ เป็นชาวกัมพูชา มีกฎหมายระหว่างประเทศ ให้เข้ามาสู่ราชอาณาจักรไทยได้เพื่อการศึกษา พระธรรมวินัย

ทั้งนี้ มติของ มหาเถรสมาคม​ ได้ออกกฎหมายออกมาเกี่ยวกับการป้องกันการทารุณสัตว์แห่งประเทศไทย เพื่อให้พื้นที่วัดเป็นเขตห้ามเจ้าของสัตว์นำสัตว์มาปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำใดๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร และลด ละ เลิก วงจรการทำบุญที่ทารุณสัตว์ โดยการกำหนดเขตพื้นที่วัดเป็นเขตห้ามซื้อขายหรือการทำธุรกิจเกี่ยวกับการค้าชีวิตสัตว์ภายในเขตวัด  และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด เช่น พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. 2557 มาตรา 23 กำหนดห้ามมิให้เจ้าของสัตว์ ปล่อย ละทิ้ง หรือกระทำการใด ๆ ให้สัตว์พ้นจากการดูแลของตนโดยไม่มีเหตุอันสมควร มาตรา 32 กำหนดว่า เจ้าของไม่ปฏิบัติ หรือฝ่าฝืนมาตรา 23 ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 มาตรา 16, 19, 20 ประกอบมาตรา 47 กำหนด ห้ามล่า ครอบครองและการค้า สัตว์ป่าคุ้มครอง ถ้าไม่ปฏิบัติหรือฝ่าฝืน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และจะมีการเสนอเพิ่มเติมนิยามสัตว์ที่อาศัยตามธรรมชาติ ตามมาตรา 3 พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมฯ ให้ครอบคลุมสัตว์ป่า เช่น นก เต่า งู ฯลฯ และการเสนอเพิ่มเติมให้ท้องถิ่นมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารจัดการพื้นที่ความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์ การขึ้นทะเบียนสัตว์และการดูแลสัตว์จรจัดด้วย

สำหรับสถานที่ประกอบพิธีสังฆทานปล่อยงูพิษ อยู่ที่บริเวณสระน้ำ วัดสว่างโสภณ  และพื้นที่ใกล้เคียงติดกำแพงวัดคือชุมชน คุ้มโคกโรงเรียน บ้านหนองกระบือ ม.2 ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์  กำแพงวัดสว่างโสภณ ล้อมรั้วรอบขอบชิด บนเนื้อที่กว่า 16 ไร่  ทุกวันนี้ ชาวบ้าน ต่างพากันนำตาข่าย แหเก่า และบ่วงดักงู มาวางดักงูพิษ ตามรู ต่างๆที่ ชาวบ้านต่างพากันเชื่อว่าเป็น รูงูพิษ  นอกจากนี้ ยังพบว่า ชาวบ้านต่างพากันซื้อตาข่าย สำหรับดักงู มาล้อมรอบรั้วบ้าน เพื่อป้องกันไม่ให้ งูพิษเลื้อยเข้ามาภายในบริเวณบ้าน และจากการสอบถามชาวบ้าน ลูกเด็ก เล็กเด็กต่างพากันผวากลัวงูพิษดังกล่าว

นางสาวภาวิณี กลีบจำปา อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.4 โรงเรียนตานีวิทยา กล่าวว่า วัดข้างๆปล่อยงูพิษตนกลัวมาก เพื่อนักเรียนเล่าให้ฟังว่า เอาวัวไปผูกไว้กลางทุ่งนาก็ไปเจอ งูจงอาง 4 ตัว แผ่แม่เบี้ยสูงมาก เหตุการณ์เกิดขึ้นมาได้ประมาณ 1 สัปดาห์ ช่วงปีใหม่ งูจงอาง 4 ตัวใหญ่ขนาดเท่าแขนผู้ชาย เพื่อนเอาไม้ตีแต่ไม่โดนงูเลื้อยหนีไปได้ พอกลับมาบ้านมาบอกปู่พากันไปหาก็ไม่เจอ ทุกวันนี้ตนกลัวมาก กลัวมันไปนอนอยู่ในบ้าน

นางสุกัญญา เค้าดี อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 180  คุ้มโคกโรงเรียน บ้านหนองกระบือ ม.2 ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์   กล่าวว่า ในบ้านมีแต่เด็กกับคนแก่ ตนยิ่งเป็นคนกลัวงูอยู่แล้ว เห็นตอนที่พี่เขาจับงูได้ก็ยิ่งกลัวเลย งูตัวเล็กก็ดักได้ตัว 1 ที่หลังบ้าน เป็นงูเล็ก ที่ไม่ใช่เป็นงูใหญ่ เป็น งูเห่าดง ตอนกลางคืนเข้าบ้านก็จะไม่กล้าออกจากบ้านเลย ตนลงทุนซื้อตาข่ายมาล้อมรอบรั้วบ้านหมดไปหลายพันบาท หลังเกิดเหตุไม่มีเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือผู้ใหญ่บ้านเข้ามาดูแลเลย อยากวิงวอนผ่านสื่อไปถึงคนที่ชอบเอา สัตว์ หรือ งูพิษมาปล่อยในบริเวณแถวๆนี้ ชาวบ้านเขากลัว

นางจอด รัตกร อายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22  คุ้มโคกโรงเรียน บ้านหนองกระบือ ม.2 ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์   กล่าวว่า บ้านอยู่ติดรั้ววัด ต้องเอาตาข่ายไปล้อมรอบๆรั้ววัด ตนเลี้ยงหลาน 5 คน ยิ่งตอนกลางคืนนอนไม่ค่อยจะหลับ ผวากลัวงูพิษเข้าบ้าน ต้องค่อยเปิดไฟตลอดทั้งคืน เกิดมาก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เป็นครั้งแรกในชีวิต

นายชัยวัฒน์ รัตกร อายุ 54 ปี อยู่บ้านเลขที่ 22  คุ้มโคกโรงเรียน บ้านหนองกระบือ ม.2 ต.ตานี อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ /คนจับงูได้   กล่าวว่า เจองูจงอาง ติดอวนครั้งแรก ตนเอาไม้ไปตีจนตาย ใส่อวนสระน้ำข้างกำแพงวัด พอตีงูเสร็จตอนแรกจะเผาทิ้ง แต่พระให้ลูกน้องมาเอา ไปฝัง

ตนต้องเอาแหเก่ามาคอยดักงูพิษ ตนอยากวิงวอนผ่านสื่อไปถึงพระ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่อยากให้พระปล่อยงูพิษแบบนี้อีก เพราะชาวบ้านเดือนร้อน โดยเฉพาะบ้านตนมีหลานเล็กอยู่ถึง 5 คน ไปเรียน 3 คน อยู่บ้านให้ยายเลี้ยงอีก 2คน  ตอนนี้กลัวมากๆไม่รู้ว่าพระปล่อยงูพิษกี่ตัวกันแน่ งูพิษไม่เข้าใครออกใคร หากฉกก็หมายถึงชีวิต ลูกชายมาบ้านเจองูจงอางตัวใหญ่ ลูกชายเลยโพสต์เฟสบุ๊กและร้องเรียนสื่อมวลชน เพราะเกรงอันตรายจาก “ดงงูอสรพิษ”ดังกล่าว

ด้าน พระปิยะณัฐ ขันติโก ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสว่างโสภณ กล่าวว่า วันนั้นทำพิธีในวัดมีงูในพิธีจำนวน 15 ตัว ไม่เหมือนในข่าวที่ว่า บางคนบอก 20 ตัว 50 ตัว หรือ 120 ตัว แต่ความจริงทางวัดขอชี้แจงเลยว่า ความจริงมีอยู่ 15 ตัว เป็นงูเห่า 12 ตัว และงูจงอาง 3 ตัว ยอมรับว่าเป็นงูพิษทั้ง 15 ตัว เป็นความเชื่อส่วนบุคคลเป็นการเสริมดวง เหมือนบางคนที่ทำธุรกิจ ในวันที่ทำพิธีมีการปล่อยงูจริงๆ แต่พอปล่อยเสร็จได้มีหมองูมาช่วยจับมาเก็บเพื่อนำไปปล่อยยังป่าธรรมชาติ  แต่ยอมรับอยู่ว่าจับได้แค่ 12 ตัว หลุดไปได้ 3 ตัว ณ เวลานี้ภายในวัดแห่งนี้ไม่มีงูพิษิ เพราะได้เอาไปปล่อยป่าธรรมชาติเรียบร้อยแล้ว

กรณีมีคนนำไปโพสต์ในโซเซียลมีเดีย เฟสบุ๊ก อาตมายอมรับ แต่อยากให้เข้ามาพูดคุยปรับความเข้าใจกันก่อน ทางวัดยินดีที่จะรับผิดชอบทุกอย่าง บางคนบอกว่า งูเข้าบ้านเขาจริง ซึ่งทางวัดก็ยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ประเด็นงูมีแค่ 15 ตัว ไม่ได้มีมากมายเหมือนที่สื่อนำเสนอข่าว ส่วนคนที่โพสต์ผู้ที่ได้รับผลกระทบเป็นพ่อแม่ของเขา อาตมากก็เข้าใจว่าบ้านของเขาก็อยู่ใกล้ๆวัด อาจจะเป็นตัวที่หลุดไป หนึ่งในสามตัว

ทางวัดเสียหายจากข่าวที่เกิดขึ้น ปล่อยงู 15 ตัว จับมาได้แล้ว 12 ตัว หลังจากทำพิธีเสร็จ ยอมรับอยู่ว่า งูมันหลุดไป 3 ตัว ซึ่งทางวัดก็พยายามหาอยู่แต่หาไม่เจอ  พบอีกทีไปติดตาข่ายของชาวบ้าน โดนรถเหยียบตายอยู่หน้าวัด 1 ตัว และถูกชาวบ้านตีตายอีก 1 ตัว จึงอยากจะบอกว่า ไม่มีงูพิษภายในวัดแห่งนี้แล้ว

ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์ รายงาน.

  •  
    1.4K
    Shares
  • 1.4K
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Advertisements
Advertisements
Advertisements

เชิญร่วมบริจาค สนับสนุนสุรินทร์นิวส์ (2562)
เว็บไซต์สุรินทร์นิวส์ โซเซียลมีเดียในเครือข่าย “สุรินทร์นิวส์” เปิดรับเงินสนับสนุนด้วยการให้โอนเงิน ผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาโรบินสันสุรินทร์

ชื่อบัญชี Surinnews Newspapere บัญชีเลขที่ 982-0-83891-6

เพื่อ “ชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์” นำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะกุศล และสร้างกระบวนการเรียนรู้สื่อชุมชน