เคลียร์ปม “ดราม่า ผู้ว่าฯสุรินทร์” แจง เป็นคนอารมณ์ร้อน หวังอยากให้สื่อเข้าใจการทำงาน จับมือรวมพลังก้าวข้ามวิกฤตภัยแล้งไปด้วยกัน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook สุรินทร์นิวส์
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

เคลียร์ปม “ดราม่า ผู้ว่าฯสุรินทร์” แจง เป็นคนอารมณ์ร้อน หวังอยากให้สื่อเข้าใจการทำงาน จับมือรวมพลังก้าวข้ามวิกฤตภัยแล้งไปด้วยกัน

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. กลายเป็นประเด็นดราม่าในโลกออนไลน์อย่างมาก โดยเฉพาะที่ จ.สุรินทร์ หลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก “สุรินทร์นิวส์”ได้มีการ ไลฟ์สด “โครงการสุรินทร์สร้างสุข สร้างรอยยิ้ม ที่หอประชุมโรงเรียนกาบเชิงวิทยา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์” ไปเมื่อ เมื่อเวลา 09.46 น.วานนี้ (18 ก.ค.)

ซึ่งมี นายประภัสสร์ ลากาญจน์ ผวจ.สุรินทร์ เป็นประธาน และในบางช่วงบางตอน ในนาทีที่ 35 ของคลิป ซึ่งมีคำพูดประโยคหนึ่งที่ออกมาจากปากของ นายประภัสสร์ ที่พูดออกมาว่า “มากราบเท้าผม ผมจะอนุมัติยอม” ท่ามกลางเยาวชน ประชาชน ส่วนราชการที่นั่งฟังกันอยู่

โดยมีใจความที่ถอดจากบทพูดที่ไม่ชัดเจนมากนักในคลิปวิดีโอไลฟ์สด ประมาณว่า  “ผมจะมาพูดเป็นตัวอย่างกรณีผู้ว่า อยู่มาวันหนึ่ง ผมออกจากอาชีพที่ผมเคยทำ ผมเป็นเอ็นจีเนียร์ เป็นวิศวกรโยธา รู้หมดงานก่อสร้างโน่นนี่นั่น วิศวกรรมอย่างนั้นอย่างนี้ เป็นข่าวหนังสือพิมพ์เลอะเทอะหมด ลงใส่ท้ายผู้ว่า เดี๋ยวก็จะว่ากัน ผมรู้ครับ เพราะผมเรียนมา

ก็ประชุมเตรียมการไม่ต่ำกว่า 6-7 ครั้ง มีเอกสารเรียบร้อย แต่ไปโยงเรื่องบางเรื่องที่ทำให้พ่อแม่พี่น้องทั้งสุรินทร์เข้าใจผมผิดก็ได้ ผมดำเนินการตามกฏหมาย ผมจะบอกให้ เว้นแต่มากราบเท้าผม ผมจะอนุมัติยอม ถ้าไม่ทำก็ไม่ถูกคลองธรรม ผมถือว่าเกียรติยศศักดิ์ศรีที่ผมสะสมมา ผมรู้หลายๆเรื่อง ผมถูกกระทำ”

ทั้งนี้ในคำพูดดังกล่าว ชาวเน็ตคาดว่าอาจเป็นไปได้ว่า ว่าสุรินทร์ พูดถึงกรณีสื่อมวลชนที่เคยนำเสนอข่าวพาดพิงว่า ไม่ทำงาน หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับภัยแล้ง และน้ำประปาไม่ไหล จากสถานการณ์อ่างเก็บน้ำห้วยเสนงและอ่างเก็บน้ำอำปึลแห้งขอดที่สุดในรอบ 41 ปี จากสภาวะฝนทิ้งช่วง 

กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวสุรินทร์กว่า 32,000 ครัวเรือน คนนับแสนกำลังเดือดร้อนจากน้ำประปาที่ไหลน้อยและไม่ไหลเลยในบางช่วงเวลา เนื่องจากการประปาส่วนภูมิภาคสาขาสุรินทร์ปรับลดแรงดันน้ำ และเปิดบริการเป็นช่วงเวลา ส่งผลให้ประชาชนต้องช่วยเหลือตัวเองในการหาน้ำมาสำรอง แม้ว่าส่วนราชการบางหน่วยจะนำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่ายแล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอและทั่วถึง 

ซึ่งการนำเสนอข่าวดังกล่าวทำให้ นายประภัสส์ เตรียมแจ้งความดำเนินกับสื่อมวลชนที่กล่าวพาดพิง อย่างไรก็ตามคำพูดที่ว่า “มากราบเท้าผม ผมจะอนุมัติยอม” อาจจะไม่เกี่ยวกับเรื่องพาดพิงการทำงานช่วงภัยแล้งอย่างที่ชาวเน็ตสงสัยก็ได้ แต่คำพูดประโยคนี้ก็ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างอยู่ดี

ขณะเดียวกัน ช่วงเย็นวานนี้(18 ก.ค.) เครือข่ายสื่อมวลชนสุรินทร์ ก็ได้ออกแถลงการณ์ไปแล้วว่า ข่าวที่พี่น้องสื่อนำเสนอออกไปนั้นเป็นเรื่องข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสุรินทร์ในวงกว้างในด้านน้ำประปา

ขอยืนยันว่าเป็นการนำเสนอข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นความเดือดร้อนของสาธารณชน ยิ่งเป็นหน้าที่ที่ต้องนำเสนออย่างเร่งด่วน เพื่อกระตุ้นให้หน่วยงานและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ที่มีอำนาจเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร็ว หากไม่นำเสนอปัญหาก็ถือว่าสื่อละเลยต่อหน้าที่ จึงถือว่าไม่ได้มีอคติหรือจะกล่าวหา ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นการส่วนตัวแต่อย่างใด

ทั้งนี้หลังจาก  เครือข่ายสื่อมวลชนสุรินทร์ ออกแถลงการณ์ นายธนินท์ทัศน์  ภูแก้ว ประธานชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์ ,บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สุรินทร์นิวส์ ,ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำ จ.สุรินทร์ และสมาชิก คณะราษฏรไทยแห่งชาติ พร้อมสมาชิกชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์ กว่า 20 คน ได้เดินทางเข้าพบ นายประภัสส์ มาลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เพื่อสอบถามกรณี ผู้ว่าฯฟ้องสื่อ จนได้พูดคุยและทำความเข้าใจ ซึ่งกันและกัน ระหว่างผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์กับ ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์ ประเด็น ดราม่าทางโซเซียลมีเดีย กรณี ผู้ว่าฯฟ้องสื่อ

ตามที่ เครือข่ายสื่อมวลชนสุรินทร์ ออกมาแถลงจุดยืน พร้อมทั้งสอบถามความคืบหน้าในการบริหารจัดการน้ำ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าวิกฤตภัยแล้ง โดยเฉพาะกรณีอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง มีมวลน้ำดิบประมาณ 1 ล้านลูกบาศก์เมตร เหลือสำหรับนำมาผลิตทำน้ำประปาหล่อเลี้ยง ประชาชนในเขตเทศบาลเมืองสุรินทร์ และพื้นที่ใกล้เคียง ได้อีกไม่ถึง 2 เดือน ก่อนยื่นหนังสือ กราบขอขมากรณีนำเสนอข่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์  เพื่อเป็นการถอยกันคนละก้าว

โดยไม่มีคดีความต่อกัน เพื่อหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งจับมือสื่อมวลชนลงพื้นที่สำรวจอ่างเก็บน้ำห้วยเสนง และบ่อน้ำดิบที่มีอยู่บนเขาสวาย เพื่อสูบน้ำระยะไกล สำหรับผลิตน้ำประปาหล่อเลี้ยงชีวิตคนเมืองสุรินทร์ต่อไป

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้(19 ก.ค.62)นายธนินท์ทัศน์  ภูแก้ว ประธานชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์ ,บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สุรินทร์นิวส์ ,ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำ จ.สุรินทร์ และสมาชิก คณะราษฏรไทยแห่งชาติ พร้อมนายสมศักดิ์ ตระกูลสุข ผู้สื่อข่าวภูมิภาคประจำ จ.สุรินทร์ ,สมาชิก คณะราษฏรไทยแห่งชาติ และสมาชิกชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์ กว่า 10 คน

ได้นำกระเช้าของขวัญมามอบ เพื่อเป็นการให้กำลังใจต่อ นายประภัสสร์ ลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ และหัวหน้าส่วนราชการ ที่บริเวณด้านหน้าศาลากลางจังหวัดสุรินทร์ กรณี สื่อมวลชนบางสำนัก หยิบประเด็น ไลฟ์สด จากเพจ “สุรินทร์นิวส์” มาขยับข่าวสร้างปม ดราม่าอีกครั้ง จนกลายเป็นกระแสในภาพลบ ติดลมบน กลายเป็นที่ฮือฮาในสังคมโซเซียลมีเดียอยู่ในขณะนี้

นายประภัสสร์ ลากาญจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ กล่าวว่า ข้อเท็จจริง ในส่วนของจังหวัดสุรินทร์ ในส่วนของท้องที่ ท้องถิ่น  ทั้งในระดับจังหวัด หน่วยงาน ท้องที่ ท้องถิ่น และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในประเด็นเรื่องของภัยแล้ง ตนได้แจ้งแต่ว่าในการประชาสัมพันธ์ สืบเนื่องจากสื่อมวลชนที่เป็นฝ่ายราชการ อาจจะมีการประชาสัมพันธ์ไม่ทั่วถึง ในส่วนของการสื่อด้วยวาจาตนได้บอกโดยถ้วนทั่ว

แต่ในสื่อของภาคเอกชน ไม่มีแม้งานมาสัมภาษณ์ตนในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ทำให้เกิดความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน อันจะเป็นประเด็นตรงที่ที่ทำให้เกิดความเข้าใจไม่ตรงกัน กรณีสื่อมวลชนบางสำนักข่าว ได้หยิบเอาคลิปขณะไลฟ์สด ทางเพจ สุรินทร์นิวส์ มาเสนอกลายเป็นประเด็นดราม่า ตนก็เป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดาคนหนึ่ง ทำให้ตนรู้สึกเสื่อมเสียชื่อเสียงก็ย่อมมีอารมณ์ปุถุชนเป็นธรรมดา  ไม่ชอบ โกรธ  อาจจะรุนแรงไป ตนก็ขอยอมรับว่า ตนก็ยังมีความรู้สึก โกรธ หลงอยู่ มีความรู้สึกว่าถูกทำร้าย

ในฐานะที่ทำให้ตนเสียหาย เสื่อมเสีย ตนก็ขอยอมรับประเด็นตรงนี้ ตนในฐานะลูกผู้ชายก็ยอมรับในอารมณ์คำพูดที่เกิดจากความรู้สึก โกรธ ไม่ชอบใจ ที่มาทำให้ตนเสื่อมเสียสถานะ เพราะว่าสื่อต่างๆไม่ใช่แต่เพียง สุรินทร์นิวส์ เพียงอย่างเดียว สื่ออื่นๆก็ทำให้ตนเสื่อมเสีย คิดเอาเองว่า เขียนเอาเองว่า การทำงานในฐานะผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์พร่องพลาด  แบบว่าไม่ทำให้ประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์ไม่มีความสุข ไม่ใส่ใจ ไม่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พี่น้องประชาชน เลยกลายเป็นมูลเหตุ ที่ถูกหยิบยกมากล่าวให้กับพี่น้องประชาชน เป็นคำที่ไม่สุภาพ จากกรณีดังกล่าว สุรินทร์ได้เข้ามาพูดคุยและสอบถาม เปิดอกแบบลูกผู้ชาย ในประเด็น ผู้ว่าฟ้องสื่อ ตนได้อธิบายจนเกิดความเข้าใจทั้งสองฝ่าย

ตนต้องขอขอบคุณทางสุรินทร์นิวส์  แต่สิ่งที่ตนเสียไปแล้วตนอยากจะบอกคนทั้งบ้านทั้งเมือง ไม่ใช่สุรินทร์ที่เดียว เพราะสื่อออนไลน์คนเห็นถ้วนทั่วเป็นวงกว้าง ทำให้ตนได้รับทราบเรื่องราวผ่านสื่อออนไลน์ จากญาติพี่น้อง และสื่อจากที่ต่างๆที่ทำให้ตนเสื่อมเสียเกียรติยศ ชื่อเสียงในการทำงาน ตนจึงอยากจะกราบเรียนสื่อ ตนอภัยให้ถ้าสื่อที่นำเสนอข่าว มาพูดคุยทำความเข้าใจ การหันมานำเสนอข่าวผ่านสื่อที่สร้างสรรค์ ถ้าสื่อถอนบทเรียน ตนก็ยินดีที่จะไม่เอาผิดทางกฎหมาย

แต่หากว่ายังรู้สึกในการทำหน้าที่ ตนเข้าใจสื่อว่า ทำหน้าที่เพราะอยากจะให้เกิดผลในการปฏิบัติอย่างรวดเร็ว อาจจะเป็นการใช้ความพูดที่รุนแรง แต่ว่าสื่อก็ต้องมีจรรยาบรรณตามสมควร ตนไม่ได้ทำร้ายสื่อ แต่สื่อกลับมาทำร้ายตน กลายเป็นประเด็นดราม่าตามสื่อต่างๆ ตนไม่ได้คิดเอาเองและไปดำเนินการกฏหมายเรียบร้อยแล้ว

ภาพ/ข่าว ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์รายงาน.

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Advertisements
Advertisements
Advertisements

เชิญร่วมบริจาค สนับสนุนสุรินทร์นิวส์ (2562)
เว็บไซต์สุรินทร์นิวส์ โซเซียลมีเดียในเครือข่าย “สุรินทร์นิวส์” เปิดรับเงินสนับสนุนด้วยการให้โอนเงิน ผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาโรบินสันสุรินทร์

ชื่อบัญชี Surinnews Newspapere บัญชีเลขที่ 982-0-83891-6

เพื่อ “ชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์” นำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะกุศล และสร้างกระบวนการเรียนรู้สื่อชุมชน