กวนข้าวทิพย์โบราณ” ใหญ่ที่สุดในโลก วัดสนสัทธาราม (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook สุรินทร์นิวส์
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

สุรินทร์-“กวนข้าวทิพย์โบราณ” วัดสนสัทธาราม ใหญ่ที่สุดในโลก อีกงานเพื่อรวมความเป็นหนึ่งของคนในชุมชน ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม 19-20 ต.ค.นี้

วันนี้( 5 ต.ค. 62) ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า  ที่วัดสนสัทธาราม บ้านสน ต.สะกาด  อ.สังขะ จ.สุรินทร์ )นายเมธา ขอชัย ปลัด อบต.สะกาด ปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.สะกาด นำชาวบ้าน ซ้อมรำบายศรี ฟ้อนรำศรสมโภชน์องค์กฐินสามัคคี พิธีกวนข้าวทิพย์ ประจำปี 2562 จัดให้มีขึ้นในวันเสาร์ที่ 19 ต.ค.62

โดยชาวบ้านต่างร่วมกัน ทำเตาโบกดิน โบราณ จำนวน 26 เตา ประกอบด้วยเตาองค์ประธาน 1 เตา และเตาบริวารอีก 25 เตา  ถือว่าจัดใหญ่ที่สุดในโลก และเช้าวันอาทิตย์ที่ 20 ต.ค.62 พิธีถวายข้าวมธุปายาส โดยพราหณ์และเด็กสาวพรหมจรีย์ พิธีตักบาตรข้าวทิพย? พิธีทอดกฐินสามัคคี เสร็จพิธีรับวัตถุมลคล หลวงปู่สรวง เทวดาเดินเดิน รุ่น 8 เหลี่ยม สำเร็จ ร่ำรวย และรับแจกเครื่องเซ่นมหามงคล

ซึ่งเตากวนข้าวทิพย์องค์ประธาน นั้นจะมี เด็กสาวพรหมจรรย์  ถือไม้พายและพลั่ว ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ใช้กวนข้าวทิพย์ เดินวนรอบเตากวนข้าวทิพย์รวม 3 รอบ  โดยใช้เตาแบบโบราณ โบกดิน ใช้ฟื้นไม้ เป็นเชื้อเพลิงหลักในการกวนข้าวทิพย์ ซึ่งทางวัดสนสัทธาราม แห่งนี้ ได้มีการเตรียม ธัญญาพืชทั้ง 108 ชนิด หลักๆอาทิ ถั่วลิสง,งา ,นม ,น้ำตาล ,น้ำผึ้ง ,น้ำอ้อย เนย  และน้ำนมที่คั้นจากรวงข้าว เป็นต้น

เทลงในกระทะขนาดใหญ่ที่ตั้งไฟบนเตา เพื่อให้เด็กๆพรหมจรรย์ทำพิธีกวนข้าวทิพย์เป็นลำดับแรก  ก่อนที่จะมอบให้พระภิกษุสงฆ์ สามเณร และพุทธศาสนิกชนร่วมกันสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันกวนข้าวทิพย์  บนเตาไฟโบราณทั้ง 25 เตาต่อ คาดว่าต้องใช้เวลากว่า 12 ชั่วโมง

นายเมธา ขอชัย ปลัด อบต.สะกาด ปฏิบัติหน้าที่นายก อบต.สะกาด กล่าวว่า วัดสนสัทธาราม แห่งนี้ ได้จัดให้มี งานทอดกฐินสามัคคีพิธีกวนข้าวทิพย์ เป็นครั้งที่ 9  ซึ่งเป็นประเพณีที่มีมาตั้งแต่สมัยโบราณ และถือเป็นวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่จะกระทำกันแทบทุกวัด ในช่วงวันออกพรรษา แต่ในปัจจุบันคงมีเพียงไม่กี่วัดในจังหวัดสุรินทร์ที่ยังคงมีการสืบสาน

เนื่องจากเป็นงานใหญ่ต้องใช้คนและการเตรียมธัญยาพืชอาหารต่างๆมาก แต่ทางวัดสนสัทธาราม ยังคงจัดประเพณีกวนข้าวทิพย์เป็นประจำทุกปี โดยยังคงรักษารูปแบบดั้งเดิม เพื่อไม่ให้ประเพณีอันดีงามสูญหายไป โดยการเตรียมส่วนผสมที่ต้องมีถึง 108 ชนิด ซึ่งส่วนผสมจะเป็นธัญญาพืชโบราณหายากทั้งสิ้น

โดยพระและเณรในวัดจะร่วมกับพุทธศาสนิกชน ช่วยกันเตรียมส่วนผสมถึง 2 เดือน  ซึ่งมีการทำพิธีสำคัญก่อนการกวนข้าวทิพย์ คือการใช้ชาย-หญิงพรหมจรรย์ เป็นผู้กวนเป็นกลุ่มแรก หลังจากนั้นประชาชนทั่วไป จึงจะได้รับสิทธิ์ร่วมกวนข้าวทิพย์ ซึ่งปีนี้คาดว่าจะมีประชาชนทุกเพศ ทุกวัย เข้ามามีส่วนร่วมในประเพณีกวนข้าวทิพย์ก่อนวันออกพรรษาในครั้งนี้จำนวนมาก

ด้าน พระครูวิศิษฏ์วิหารคุณโว รองเจ้าคณะอำเภอสังขะ เจ้าอาวาสวัดป่าสังฆพงษ์พิทักษ์ธรรม กล่าวว่า พิธีกวนข้าวทิพย์  หรือ ข้าวมธุปายาส (ข้าวสุกหุงด้วยนมโคจืดด้วยน้ำผึ้ง) ก่อนพุทธกาล (2632) เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะราชกุมาร ได้เสด็จออกทรงผนวช ได้เสวยข้าวทิพย์ของนางสาวสุชาดา บุตรีมหาเศรษฐีแห่งบ้านเสนานิคม ก่อนแต่งงานได้ไปบนกับเทวดาที่ต้นไทรว่า ขอให้ได้แต่งงานกับชายที่มีสกุลและฐานะเสมอกันและได้บุตรคนแรกเป็นชาย ต่อมานางก็สมปรารถนา

จึงได้จัดแจงรีดน้ำนมจากแม่โค การรีดนมจากแม่โควันนั้นรีดง่ายเกินคาด แม้ว่าลูกโคไม่ได้กินนมในวันนั้น เมื่อนำภาชนะเข้าไปรอง กลับมีน้ำนมไหลออกมาเอง นางสุชาดาจึงจัดแจงปรุงข้าวมธุปายาสไปแก้ขนที่ต้นไทร นางสุชาดาได้พบพระมหาบุราคิดว่าเป็นเทวดา จึงทำพิธีแก้บนถวายภัตตาหารมื้อแรกที่พระองค์เสวยข้าวมธุปยาส (ข้าวทิพย์) แล้วตรัสรู้

ในวันนั้นพระมหาบุรากลับจากเที่ยวภิขาจารแต่เช้าได้ประดับอยู่ ณ โคนต้นไทรนั้น นางสุชาดาพบเข้าสำคัญว่าเป็นเทวดา จึงได้นำข้าวมธุปายาสเข้าไปถวาย เมื่อพระองค์ได้รับแล้ว ก็เสด็จขึ้นทำข้าวมธุปายาสหรือข้าวทิพย์นั้นได้ 49 ก้อน เสวยเสร็จแล้วทรงลอยถาดทองเสียในแม่น้ำ ทรงรับหญ้าคา 8 กำ จากโสตถิยพราหมณ์

แล้วเสด็จขึ้นโพธิมณฑลประทับที่ใต้ต้นโพธิพฤกษ์ ได้บรรลุพระสัพพัญญูตญาณเป็นพระพุทธเจ้า ในวันเพ็ญวิสาขปุณมี ทรงเสวยวิมุตติสุขอยู่ ณ บริเวณโพธิมณฑลนั้นเป็นเวลา 7 วัน คือพุทธคยาในประเทศอินเดีย

ภาพ/ข่าว ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Advertisements
Advertisements
Advertisements

เชิญร่วมบริจาค สนับสนุนสุรินทร์นิวส์ (2562)
เว็บไซต์สุรินทร์นิวส์ โซเซียลมีเดียในเครือข่าย “สุรินทร์นิวส์” เปิดรับเงินสนับสนุนด้วยการให้โอนเงิน ผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาโรบินสันสุรินทร์

ชื่อบัญชี Surinnews Newspapere บัญชีเลขที่ 982-0-83891-6

เพื่อ “ชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์” นำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะกุศล และสร้างกระบวนการเรียนรู้สื่อชุมชน

,