ชุมชนบูรณาการ “บ้าน วัด โรงเรียน” สอนเด็กตีข้าวด้วยเครื่องมือแบบโบราณ ตามวิถีของชาวนาแบบดั้งเดิม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้วิถีชาวนาเห็นคุณค่าของข้าว (มีคลิป)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook สุรินทร์นิวส์
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ชุมชนบูรณาการ “บ้าน วัด โรงเรียน” สอนเด็กตีข้าวด้วยเครื่องมือแบบโบราณ ตามวิถีของชาวนาแบบดั้งเดิม เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้วิถีชาวนาเห็นคุณค่าของข้าว

วันนี้ (26 พ.ย.62) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์ลงพื้นที่โรงเรียนบ้านจรูกแขวะ  ตำบลโคกยาง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์   ได้พบกับกิจกรรมชุมชนบูรณาการ “บ้าน วัด โรงเรียน” ในการสอนเด็กนักเรียนโรงเรียนบ้านจรูกแขวะ ชั้น ป.4-6 จำนวน 30 คน ให้เรียนรู้การตีข้าวแบบโบราณ โดยใช้ไม้ฟาดหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เฌอ-เบาะฮ์”

    ซึ่งทำจากไม้ไผ่เหลากลมขนาดยาวประมาณ 1-2เมตร ขนาดเหมาะมือ จำนวน 2 อัน เอาเชือกมามัดติดกันไว้สำหรับมัดฟอนข้าวและไม้ตี หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า เฌอ-ชาย ซึ่งทำจากไม้ไผ่กลมขนาดยาวประมาณ 1-2 เมตร ส่วนปลายมีลักษณะงอเหมือนเคียว โดยมีพระ  ชาวบ้านและครูในโรงเรียนเป็นผู้สอนเด็ก ในพื้นที่อาศรมยุวพุทธน้อยโรงเรียนบ้านจรูกแขวะ  ซึ่งเป็นพื้นที่ในการทำเกษตร ฝึกทักษะชีวิตและสร้างอาหารปลอดภัยให้กับเด็กๆในโรงเรียน

กิจกรรมในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดมาจากการดำนา  ดูแลนาข้าวและเกี่ยวข้าว โดยการมีส่วนร่วมของบ้าน วัดและโรงเรียนทุกกิจกรรม  ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้วิถีของชาวนาจากผู้ที่มีประสบการณ์ในการทำนาแบบดั้งเดิมที่ทุกวันนี้หาดูได้ยาก แต่เด็กๆที่นี่ได้ลงมือทำเองทุกขั้นตอนโดยมีผู้ปกครองมาคอยดูแล ให้คำแนะนำและพาทำ  ถือเป็นความรู้และทักษะชีวิตที่เด็กๆสามารถหาได้จากนอกห้องเรียน สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้

จากการสอบถามนายสุภาพ  ชูชื่นพรหม อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 8 บ้านจรูกแขวะ ตำบลโคกยาง อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ตัวแทนผู้ปกครองที่มาสอนให้เด็กตีข้าว ได้กล่าวว่า ตนเองรู้สึกดีใจมากที่โรงเรียนบ้านจรูกแขวะมีโครงการให้เด็กได้ทำนาแบบดั้งเดิมทุกขั้นตอน เพราะทุกวันนี้หาดูได้ยากแล้ว แม้แต่ในชุมชนเองก็ทำนาแบบสมัยใหม่กันหมดแล้ว ทุกอย่างดูเร่งรีบไปหมด  

  ผิดกับวิถีแบบสมัยก่อนที่ชาวนาทำนาแบบไม่เร่งรีบ ใช้ชีวิตพอเพียง ใช้แรงงานคนเป็นหลัก มีวัฒนธรรมการช่วยเหลือกันของคนในชุมชนมาช่วยแทนการจ้างทำให้ความสัมพันธ์ของคนในชุมชนมีความแน่นแฟ้นมาก  การสอนให้เด็กตีข้าวแบบดั้งเดิมในครั้งนี้มีความรู้สึกว่าเด็กๆมีความสนใจมาก ทุกคนสนุกกับการทำงาน

ที่สำคัญเด็กๆได้เห็นถึงความลำบากของชาวนาเห็นถึงวิถีชีวิตของชาวนาแบบดั้งเดิม นอกจากได้เรียนรู้ขั้นตอนในการทำนาแล้ว เด็กๆก็ได้รู้จักเครื่องมือในการทำนาแบบดั้งเดิม ซึ่งบางอย่างยังพอหาได้ แต่บางอย่างก็หาไม่ได้แล้ว แต่คนในชุมชนก็ช่วยกันทำขึ้นมาเพื่อให้เด็กได้เรียนรู้และได้ใช้ทุกเครื่องมือ

 ด้านนายพะเอิญ  คุ้มวงษ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านจรูกแขวะ ได้กล่าวว่า โรงเรียนบ้านจรูกแขวะได้พาเด็กทำนาวิถีดั้งเดิมแบบจริงจังมา 2 ปีกับปีนี้แล้ว โดยมีความมุ่งหวังว่า อยากให้เด็กได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมของชุมชนทุกๆเรื่อง นอกเหนือจากความรู้ในห้องเรียนที่เด็กจะได้รับแล้ว ก็มองว่าทักษะชีวิตของเด็กเป็นเรื่องที่สำคัญ

จึงเริ่มจากการสอนให้เด็กปลูกผักเอง ประกอบอาหารเอง จนขยับมาสู่การพาเด็กทำนาแบบวิถีดั้งเดิม เพราะต้องการให้เด็กได้เรียนรู้วิถีวัฒนธรรมชุมชนและรู้คุณค่าของข้าว  แทนที่จะให้เด็กได้ท่อง “ข้าวทุกจาน อาหารทุกอย่าง อย่ากินทิ้งขว้าง..

..” ซึ่งเด็กก็ท่องโดยไม่ได้คิดและกินข้าวไม่หมดจาน เหลือทิ้งเป็นจำนวนมาก เมื่อมาสอนให้เด็กทำนาเองแล้ว พบว่าเด็กรู้คุณค่าของข้าวมากขึ้น เห็นถึงความลำบากของชาวนา  ตนเห็นว่าเป็นกิจกรรมที่ได้ผลมากและมีแผนจะทำต่อทุกปี ในปีต่อไปจะพาทำลานข้าวยาขี้ควายด้วย เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้วิถีชาวนาแบบดั้งเดิมอย่างแท้จริง

ภาพ/ข่าว นายสมุทร  สนิทพันธ์  ผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Advertisements
Advertisements
Advertisements

เชิญร่วมบริจาค สนับสนุนสุรินทร์นิวส์ (2562)
เว็บไซต์สุรินทร์นิวส์ โซเซียลมีเดียในเครือข่าย “สุรินทร์นิวส์” เปิดรับเงินสนับสนุนด้วยการให้โอนเงิน ผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาโรบินสันสุรินทร์

ชื่อบัญชี Surinnews Newspapere บัญชีเลขที่ 982-0-83891-6

เพื่อ “ชมรมผู้สื่อข่าวสุรินทร์นิวส์” นำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะกุศล และสร้างกระบวนการเรียนรู้สื่อชุมชน