จัดใหญ่!!ชาวบ้านกว่า 500 คน ร่วมพิธีกรรม “แซนโฎนตา”  ทำบุญเบญทม หรือ วันสารทใหญ่ (ชมคลิป)

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook สุรินทร์นิวส์
  • 117
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
    117
    Shares

จัดใหญ่!!ชาวบ้านกว่า 500 คน ร่วมพิธีกรรม “แซนโฎนตา”  ทำบุญเบญทม หรือ วันสารทใหญ่ (ชมคลิป)

วันนี้(9 ต.ค.61)ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ภายในวัดวิวิตวนาราม บ้านบึง หมู่ที่ 1 ต.บึง อ.เขวาสินรินทร์  จ.สุรินทร์  ได้มีชาวบ้านกว่า 500 คน ประกอบด้วยชาวบ้าน จากหมู่บ้านบึง หมู่ที่ 1 และ ชาวบ้าวบ้าน จากหมู่บ้านบึงนคร หมู่ 11 รวมกันกว่า  220 หลังคาเรือน ร่วมกันทำบุญ “เบญทม” หรือ วันสารทใหญ่ อย่างยิ่งใหญ่ ชาวบ้านต่างพากันหาบคอน จุดใต้จุดคบ หรือจุดเทียน มารวมกัน เดินไปก็ร้องตะโกนไปว่า “โมเวยโดนตาๆ “(ภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์) แปลเป็นไทยว่า “มาเด้อ ผีปู่ย่าตายาย”  “โกนเจายัวบาย ซ้อมสลอโมจูนโอยโฮบ”(ภาษาเขมรพื้นถิ่นสุรินทร์)แปลเป็นไทยว่า  ลูกหลานนำข้าวปลาอาหารมาส่งให้รับประทาน  ส่วนผู้ร่วมพิธีต่างก็จะตะโกนร้องเรียกให้ ผีปู่ย่าตายายมารับประทานอาหารกัน ดังเซ็งแซ่อยู่การตะโกนจะดังกันเซ็งแซ่ อาจมีถ้อยคำอื่น แต่มีนัยเช่นเดียวกัน

Advertisements
Loading...

โดยชาวบ้านจะพากันนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ สามเณร ทุกๆรูปที่มีอยู่ภายในวัด มาร่วมสวดสูตรต่างๆ เกี่ยวกับเปรต มี “ปราถวสูตร” และ “อาฏานาฏิยสูตร” เป็นต้น เมื่อพระภิกษุสงฆ์ สามเณร ทุกๆรูป สวดจบในช่วงหนึ่งๆ ก็จะร้องตะโกน “โมเวยโดนตาๆ”  เสียงนี้จะดังกระหึ่มขานรับกันทั่วบริเวณช่วงนี้ก็จะจุดธูปเทียน ทำพิธี โดยรินเหล้าเทไปตามพื้น และพูดเรียก “โดนตา” ซึ่งชาวบ้านจะพากันขานรับ “โมโวยโดนตา”

หลังจากนั้น ชาวบ้านถวาย สำรับกับข้าว และข้าวของที่กองรวมกัน ถวายพระภิกษุพร้อมทั้งอุทิศส่วนกุศลไปให้แกผู้ที่ล่วงลับไปแล้ว นิมนต์พระมาสวดโดยนั่งเป็นวงกลมรอบข้าวของที่นำมารวมกัน ผู้นำภาชนะข้าวของมาจุดธูปเทียนอย่างละดอกเสียบลงที่จาน “บายเบ็น” เพื่อระลึกถึงผู้ล่วงลับไปแล้ว พระภิกษุ 1 รูป จะเทศน์ 1กัณฑ์ เกี่ยวกับความเป็นมาของประเพณีนี้ เมื่อพระท่านสวดเสร็จแล้วก็นำกระเชอที่ใส่ของนั้นไปเทที่ลานวัด โดยมีจุดประสงค์ให้ผู้ล่วงลับมารับของเหล่านั้น ซึ่งชาวบ้านและเด็กๆ นั่นเองจะเข้ามายื้อแย่งกันเป็นที่สนุกสนาน และเมื่อเสร็จพิธีพระภิกษุ จะฉันภัตตาหารเช้า ถือว่าเสร็จพิธีแซนโฏนตาสิ่งของที่เหลืออีกส่วนหนึ่ง เช่น ข้าวต้มที่ทำจากใบมะพร้าว (ข้าวต้มลูกโยน) พระภิกษุจะนำมาปิ้งในวันรุ่งขึ้น หรือในคืนนั้นเลยแล้วก็แบ่งญาติโยมนำกลับไปรับประทาน ในบางหมู่บ้านตอนเย็นของวันแรม 15 ค่ำ อาจนิมนต์พระมาสวดอีกครั้งหนึ่งก็ได้ บางหมู่บ้านอาจมีพิเศษออกไป คือมีการลอยเรือกระทงส่งตอนเวลาก่อนสว่าง เป็นการส่งตายายคือนำเอาเรือกระทงกาบกล้วย หรือกาบหมาก ที่เตรียมไว้บรรจุข้าวปากหม้อ (เท่ากับผลแรกได้ของข้าวสุกในหม้อนั้น) กระยาสารท (ผลแรกได้ของพืชพันธุ์ธัญชาติ )

และขนมอื่นๆ ส้มสูกลูกไม้ใส่ลงไป ในกระทง กับมีเครื่องเสบียงกรัง เช่น กะปิ น้ำปลา พริกหอม กระเทียม เป็นต้น แล้วเอาไม้มาทำเป็นพายเล็กๆสองเล่มติดไปกับกระทง จุดธูปเทียนปักและติดไว้ในกระทง แล้วปล่อยให้ลอยน้ำไป ถ้าหมู่บ้านนั้นอยู่ห่างแม่น้ำลำคลองที่มีน้ำไหลก็จะนำไปวางไว้ยังทางสาม แพร่ง พร้อมกับกล่าวขณะส่งกระทงโดยมีความว่า “ ขอให้ไปยังทุ่งที่ท่านอยู่ ไปสู่เขาใต้หินใต้ผา ซึ่งเป็นที่อยู่ของท่าน ไปเถิดกลับไปเถิด” เป็นอันเสร็จพิธี

นายเสวย กงจักร์  ชาวไทยเชื้อสายเขมร พื้นถิ่นสุรินทร์  กล่าวว่า ประเพณีนี้ เป็นประเพณีที่ยึดเหนี่ยวจิตใจกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษของเรา สมันตั้งแต่ ปู่ ย่า ตา ทวด  พอหลังจากที่ได้แซนโฎนตาในแต่ละครัวเรือน วันนี้ พี่น้องลูกหลาน ชาวบ้านก็มาประกอบพิธีร่วมกันที่วัดอีก เพื่อความอุดมสมบูรณ์และความเป็นสิริมงคลของชีวิต วันนี้  มีอาหาร ขนม สิ่งของต่างๆ มากมาย สำหรับสิ่งของที่นำมาวันนี้ส่วนหนึ่งก็จะแบ่งถวายพระ และอีกส่วนก็ให้ชาวบ้านนำกลับบ้าน

ทีมข่าว สุรินทร์นิวส์ รายงาน.

  •  
    117
    Shares
  • 117
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Advertisements
Loading...
,