Bookmark  


โวยตร.จับมั่ว-ซ้อม แพะนร.ม.6 ถุงคลุมหัวยัดข้อหา
ภาพ ผู้ปกครองนำลูกชายนักเรียนม.6 จากปราจีนบุรี เข้าร้องเรียนพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ระบุถูกชุดสืบสวนภ.ปราจีนฯ ซ้อมให้สารภาพเป็นคนร้ายกระชากสร้อย เมื่อไม่ยอมรับเตรียมฟ้องกลับก็ถูกข่มขู่ซ้ำ ตามข่าว


ภาพ/ข่าวจาก นสพ.ข่าวสด -ศูนย์ข่าว surinnews.com

คดีกระชากสร้อยทอง พอรวบโจรตัวจริงได้ ยังขู่ซ้ำ-ไม่ให้เอาเรื่อง เหยื่อโร่ร้องรองผบ.ตร.


น.ร.ชาย"ม.6"บุกร้องรองผบ.ตร.โดน ตร.ปราจีนบุรีจับมั่วซ้อมให้รับเป็นผู้ต้องหาวิ่งราวสร้อยทอง ใช้ถุงครอบหัวจนหายใจไม่ออก ทั้งตบทั้งเตะจนน่วม บังคับให้สารภาพว่าเป็นโจรวิ่งราว ยัดข้อหาฉี่ม่วงซ้ำ ก่อนให้สาวผู้เสียหายมาชี้ตัวยันว่าเป็นคนร้ายอีก


แต่เรื่องแดงตรงที่ตร.อีกชุดจับคนร้ายตัวจริงได้ และสารภาพด้วยว่าวิ่งราวสร้อยทองจริง พ่อเหยื่อแจ้งความกลับชุดจับมั่ว แต่กลับโดนข่มขู่ จึงกลัวไม่ได้รับความเป็นธรรม "จงรัก"สั่งสอบด่วน ลั่นถ้าตร.จับมั่ว-ซ้อมเหยื่อก็ต้องโดนดำเนินคดี ผบก.ปราจีนบุรีตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เตรียมให้เหยื่อชี้ตัวตร.จับมั่ว

เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) นำนายเอ (นามสมมติ) ลูกชายอายุ 17 ปี นักเรียนชั้นม. 6 โรงเรียนแห่งหนึ่งในจ.ปราจีนบุรี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรมกับพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร.

กรณีนายเอถูกตำรวจชุดสืบสวน บก.ภ.จ.ปราจีนบุรี ซ้อมให้รับสารภาพว่าเป็นคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 3 บาท แต่ต่อมาตำรวจสามารถจับกุมคนร้ายตัวจริงได้ คือ นายสุวิทย์ เหลืองห่อ จึงต้องการเอาเรื่องตำรวจชุดที่รุมซ้อมด้วยการฟ้องกลับแต่ถูกข่มขู่ จึงต้องเข้ามาร้องขอความเป็นธรรมกับรองผบ.ตร.

นายเอกล่าวว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ตนถูกตำรวจเรียกไปที่โรงพัก เนื่องจากใบหน้าคล้ายคนที่วิ่งราวทอง จากนั้นผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้หญิงก็มาชี้ตัวว่าเป็นคนร้าย แต่ตนไม่ได้รับสารภาพว่าเป็นคนร้าย ต่อมามีตำรวจชุดสืบสวนบก.ภ.จ.ปราจีนบุรี นำตัวไปสอบปากคำ

โดยนำถุงมาครอบศีรษะจนหายใจไม่ออกและซักถามหลายครั้งเพื่อให้สารภาพ จนกระทั่งทนไม่ไหวจึงแกล้งบอกตำรวจว่าจะสารภาพ และให้พาไปเอาทองกับคนที่รู้จัก แต่เมื่อมาถึงตนก็พยายามขอความช่วยเหลือ โดยติดต่อกับพ่อ

"เมื่อตำรวจรู้ว่าผมวางอุบายก็ถูกพาตัวกลับแล้วถูกตบเตะ ทำร้ายร่างกายอย่างทารุณ แล้วยังอ้างว่านำปัสสาวะผมไปตรวจแล้วเป็นสีม่วง จนกระทั่งมีชาวบ้านหลายคนมาที่โรงพัก ตำรวจจึงไม่กล้าซ้อมผมอีก


เมื่อออกมาก็ได้ ผมไปตรวจปัสาวะที่ร.พ.ปรากฎว่าไม่พบสารเสพติด"นายเอกล่าวและว่า ต่อมาวันที่ 23 ก.พ. ตำรวจสภ.เมืองปราจีนบุรี สามารถจับกุมนายสุวิทย์ เหลืองห่อ คนร้ายตัวจริงได้ ซึ่งยอมรับสารภาพว่าเป็นคนวิ่งราวสร้อยทองดังกล่าว พ่อจึงแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจชุดสืบสวนภูธร จ.ปราจีนบุรี ที่ทำร้ายร่างกายตน


แต่กลับถูกข่มขู่ยื่นพร้อมกับข้อเสนอว่าจะไม่ส่งฟ้องตน เพื่อแลกกับให้ถอนแจ้งความ ตนและครอบครัวเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงมาร้องเรียน พล.ต.อ.จงรัก เพื่อให้ช่วยดูแลคดีนี้ และดำเนินการกับตำรวจที่ทำร้ายร่างกายด้วย

ด้านพล.ต.อ.จงรัก กล่าวว่า เรื่องนี้จะดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ทั้งในส่วนของคดีที่มีการจับคนร้ายตัวจริงได้แล้ว ก็ต้องไม่สั่งฟ้องนายเอ และตำรวจที่ซ้อมนายเอต้องสอบสวนหาข้อเท็จจริง หากพบว่ากระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งจากการสอบถามนายเอและพ่อแล้วเชื่อว่าน่าจะมีมูลความจริง เพราะชาวบ้านปกติคงไม่มีใครอยากมีเรื่องกับตำรวจ สำหรับเจ้าทรัพย์ที่ชี้ตัวนายเอนั้นหากพบว่ามีการกลั่นแกล้งปรักปรำก็ต้องถูกดำเนินคดีด้วย

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สัญชัย ไชยอำพร ผบก.ภ.จว. ปราจีนบุรี กล่าวว่า ขณะนี้ตั้งกรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยมอบหมายพ.ต.อ. ธีระยุทธ ธรรมสาโรช รองผบก.ภ.จ.ปราจีนบุรี ทำหน้าที่เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน ชั้นนี้ทราบว่า คณะกรรมการเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบสวนถึงข้อเท็จจริงต่างๆ


คาดว่าคงใช้เวลาอีกระยะจะทราบผล อย่างไรก็ตาม จะทำรายงานเสนอพล.ต.ท.อัศวิน ณรงค์พันธ์ ผบช.ภาค 2 ถึงความคืบหน้าทุกระยะ และภาคจะรายงานชี้แจงไปยังพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. เพื่อรับทราบต่อไป โดยยืนยันว่าตำรวจจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถลงลึกไปได้ เพราะเกรงจะกระทบกับผลการสอบสวนของคณะกรรมการ

ส่วนพ.ต.อ.ธีระยุทธ ธรรมสาโรช กล่าวว่า ภายหลังรับทราบข่าวจากสื่อมวลชนที่นำเสนอไปแล้วและได้รับแต่งตั้งหัวหน้าพนักงานสอบสวนเรื่องนี้นั้น เบื้องต้นเชิญญาติและตัวเด็กผู้เสียหายเข้ามาสอบสวน


โดยเด็กยืนยันว่าเป็นผู้ถูกกระทำจึงแนะนำให้ร้องทุกข์ต่อท้องที่เกิดเหตุ เพื่อสอบสวนถึงผู้กระทำความผิด หากพบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องเป็นเจ้าพนักงานจะต้องส่งเรื่องเสนอป.ป.ช.ดำเนินการถึงการประพฤติมิชอบต่อไป เบื้องต้นเท่าที่ผู้เสียหายนำหลักฐานมายืนยันทั้งภาพถ่ายที่เป็นบาดแผล ใบรับรองแพทย์ พบว่าถูกกระทำจริง

แต่ยังไม่สามารถจะระบุได้แน่ชัดว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่หรือไม่ เรื่องนี้ต้องให้ตัวเด็กชี้ตัว ขั้นตอนนี้ขึ้นอยู่ที่พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีจะเชิญชี้ตัว หรือหากไม่สะดวกก็สามารถชี้ภาพถ่ายได้









โดย Editor - วันที่ 10/03/09 21:49 (อ่าน : 339 , ตอบ : 0)


ผู้ตอบ :  
ข้อความ :  
อารมณ์ :                          
Security Code :     
     




จำนวนครั้งการเข้าชม