Bookmark  


ชาวสุรินทร์ สุดทน ต่อความเฉื่อยของภาครัฐ กรณี รุกล้ำ ถมดิน ปิดทางน้ำ

ภาพ/ข่าวจาก ศูนย์ข่าว surinnews.com



ชาวบ้านสุดทนต่อความเฉื่อยของภาครัฐรุดแจ้งความดำเนินคดีข้อหาละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่

หมดที่พึ่งเพราะคำสั่งของผู้ว่าให้ระงับการก่อสร้างไม่มีความหมายขนาดนายก อบต.ยังไม่แยแส


            
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.30 น. ของ วันที่ 31 สิงหาคม 2555ได้มีชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำทุกปี จาก ต.เฉนียง และต.นอกเมือง อ.เมือง จ.สุรินทร์


นำโดยนางสุพรรณ สมเสมอ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 5 นางสุกิต สุดตลอด ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 8 พร้อมนายประยูร ถวิลชัย แกนนำชุมชนต.นอกเมือง และแกนนำต.เฉนียง อ.เมือง กว่า 35 คน รุดเข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วัชพล เกลี้ยงอุทธา ร้อยเวร สภ.เมืองสุรินทร์ ให้ดำเนินคดีต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกรณีที่มีบริษัทเอกชน ประกอบด้วย บริษัท โกลบอลเฮาส์ และบริษัทเกษตรรุ่งเรือง ได้กระทำการถมดินปิดทางน้ำ และปิดสะพาน ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมหนักในฤดูน้ำหลาก โดยมีพ.ต.อ.วินัย เกตุพันธ์ ผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ และ พ.ต.ท.ประกิจ เหลืองวิลัย รองผกก.สภ.เมืองสุรินทร์ มาสอบถามรายละเอียดและรับเรื่องด้วยตนเอง

 

แจ้งความร้องทุกข์ ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้1)นายสุรพัฒน์ สุขยอด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเฉนียง ที่ออกใบอนุญาตให้มีการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชุมชน ทั้งที่ผิดกฎหมายผังเมือง 2)โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุรินทร์ ที่ละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่รู้ว่าทั้ง อบต.และผู้ประกอบการกระทำผิดต่อกฎหมายผังเมือง

แต่ไม่ดำเนินการตามอำนาจที่มี 3) บริษัทเกษตรรุ่งเรือง  ที่ทำการถมสะพานทั้ง 2 แห่ง ซึ่งจะก่อให้ปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากการระบายน้ำเป็นไปได้ยาก จะทำให้น้ำไหลย้อนกลับในฤดูน้ำหลาก ส่งผลกระทบต่อชุมชน 4) แขวงการทางจังหวัดสุรินทร์ ที่ปล่อยให้เอกชนรุกล้ำไหล่ทาง ถมดินปิดสะพาน แต่ไม่ดำเนินการเอาผิดตามกฎหมาย ต่อผู้กระทำความผิดในพื้นที่รับผิดชอบ ซึ่งอยู่ในความดูแลของหน่วยงานตนเองทั้งนี้ขอให้มีการดำเนินคดีต่อผู้กระทำความผิดให้ถึงที่สุด

 


 

แกนนำชุมชนกล่าวเพิ่มเติมว่า การแก้ไขปัญหาของหน่วยงานภาครัฐเป็นไปอย่างล่าช้า ทำให้ชุมชนมีความวิตกกังวลว่าน้ำจะท่วมหนักกว่าปีก่อนๆ ขนาดคำสั่งของ นายนิรันดร์ กัลยาณมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ ยังไม่สามารถสั่งนายก อบต.ได้ ใครจะมาช่วยเหลือชาวบ้านได้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา ประชาชนจึงต้องลุกขึ้นมาปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เพราะทุกปีแม้จะไม่มีการถมดินปิดกั้นทางน้ำริมถนนสาย 214 น้ำก็ยังท่วมหนักสร้างความเดือดร้อนแก่ชุมชนทั้ง 2 ตำบลอย่างมากแต่ขณะนี้สะพานและลำห้วยที่เคยเป็นทางน้ำถูกรุกล้ำจนไม่เหลือสภาพ

ซึ่งจะส่งผลให้เกิดภัยพิบัติน้ำท่วมอย่างแน่นอน หากหน่วยงานภาครัฐไม่รีบดำเนินการแก้ไข และในกรณีที่แขวงการทางฯ ปล่อยให้มีการถมที่ปิดสะพาน ในขณะที่ชาวบ้านตั้งร้านจำหน่ายลูกปลาริมทางถูกไล่ให้รื้อถอน แต่ผู้ประกอบการถมดินปิดทางน้ำกลับนิ่งเฉย ในขณะที่ปัญหา การรุกล้ำพื้นที่รับน้ำของบริษัทสยามโกลบอลเฮาส์ ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่มีปัญหาใหม่ คือบริษัทเกษตรรุ่งเรือง ถมดินปิดสะพานเข้ามาอีก

โดยที่หน่วยงานภาครัฐไม่มีหน่วยงานใดให้ความสนใจ จะไม่รอรับชะตากรรมที่ผู้มีอำนาจ มีทุนมายัดเยียดให้อีกแล้ว ต่อจากนี้ไปจะสู้ให้ถึงที่สุด เพื่อพิทักษ์สิทธิชุมชน และสาธารณะสมบัติของแผ่นดิน หากปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ภายในเดือนกันยายน 2555 นี้ ชาวบ้านจะย้ายครอบครัวมาอยู่ริมถนนแทน หนึ่งในแกนนำชุมชน กล่าวทิ้งท้ายก่อนยกขบวนกลับ

โดย Editor - วันที่ 03/09/12 08:56 (อ่าน : 506 , ตอบ : 0)


ผู้ตอบ :  
ข้อความ :  
อารมณ์ :                          
Security Code :     
     




จำนวนครั้งการเข้าชม