Bookmark  


จ. สุรินทร์ ติวเข้ม! เด็กมัธยมทั้งจังหวัด 85 โรง เรียน เตรียมสอบ 7 วิชาสามัญ สทศ.ครั้งที่ 1

ติวเข้ม เด็กมัธยม ทั้งจังหวัด 85 โรงเรียน “เตรียมสอบ 7 วิชาสามัญ สทศ.”ครั้งที่ 1 เพื่อให้เด็กมีความพร้อมศึกษาต่อในระดับสูง หลังพบมีการจัดอันดับ”เวิลด์ อีโคโนมิกฟอรั่ม” ไทยอยู่อันดับที่ 8 จาก 10 ประเทศอาเซี่ยน ชนะเพียงพม่ากับลาวเท่านั้น!!

ภาพ/ข่าวจาก ศูนย์ข่าว surinnews.com


เมื่อ วันที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา ที่หอประชุมโรงเรียนสุรวิทยาคาร อ.เมือง จ.สุรินทร์ "นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร" สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย เป็นประธานเปิดโครงการก้าวสู่อนาคตที่สดใส เตรียมสอบ 7 วิชาสามัญ ครั้งที่ 1 มีคณะกรรมการดำเนินงาน สนง.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 33 คณะครู และนักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจำนวนมาก

 

 



ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ เป็นจำนวนเงิน 8,996,000 บาท โดย นายกิตติภัทร์ รุ่งธนเกียรติ นายก อบจ.สุรินทร์ โดยการประสานงานของ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.จ.สุรินทร์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย มีนายแพทย์ชวมัย สืบนุการณ์ และนายพัฒนา รุ่งธนเกียรติ เป็นที่ปรึกษาโครงการ


โครงการดังกล่าวจัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความพร้อมในการสอบวิชาสามัญ 7 วิชา ของสถาบันทดสอบการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ได้แก่ วิชา ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ สังคมศึกษา คณิตศาสตร์ เคมี ชีววิทยา และฟิสิกส์ ให้ครูสามารถสร้างความรู้ ความเข้าใจ และช่วยเหลือนักเรียนให้มีความพร้อมในการสอบวิชาสามัญ ทั้ง 7 วิชา ร่วมถึงความพร้อมที่จะเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งจะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์ และประเทศชาติในอนาคตต่อไป

 

 




สำหรับกิจกรรมสอนเสริมใน 7 วิชาสามัญ ครั้งนี้กำหนด 2 มีนักเรียนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 4,800 คน จาก 85 โรง โดยวิทยากรมืออาชีพจากกรุงเทพมหานคร มาให้ความรู้แก่เด็กนักเรียน ซึ่งมีทั้งหมด 4 จุด แบ่งเป็นจุดละ 1,200 คน โดยอำเภอเมือง มีอยู่ 2 จุด ดังนี้ จุดที่ 1 ร.ร.สิรินธร จุดที่ 2 ร.ร.สุรวิทยาคาร  ต่างอำเภอมี ร.ร.ท่าตูมประชาเสริมวิทย์ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ และ ร.ร.ปราสาทวิทยาคาร อ.ปราสาท จ.สุรินทร์


นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.จ.สุรินทร์ เขต 1 พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ตนเห็นว่าการศึกษาเป็นเรื่องสำคัญ อยากให้ลูกลานชาวสุรินทร์ทุกคนได้มีโอกาสเข้าถึงการสอนเสริมในครั้งนี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้สอดคล้องกับการที่ประเทศไทยถูกจัดอันดับ เวิลด์ อีโคโนมิกฟอรั่ม อยู่ ในอันดับที่ 8 จากอาเซี่ยน 10 ประเทศ เป็นรองจากกัมพูชาและเวียดนาม เราชนะเพียงพม่ากับลาวเท่านั้นเอง

 

 


 นี่คือสิ่งที่หลายภาคส่วนจะต้องมาคิดเพื่อปฏิรูปการศึกษาใหม่  เราให้โอกาสเด็กยังไม่พอ จะต้องปฏิรูปเรื่องของครูผู้สอน  โดยเฉพาะเรื่องของงบประมาณ เรื่องของโอกาสที่จะให้ทุกคนเข้าถึงการเรียนการสอน ซึ่ง ปี 2558 ที่จะถึงนี้ตนว่า มันเป็นเรื่องที่น่าห่วงมาก สำหรับการจัดอันดับในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จ ลูกหลานทุกคนจะมีผลสำริดในการสอบที่ดีขึ้นและจะส่งผลดีต่อประเทศไทยต่อไป

โดย Editor - วันที่ 10/09/13 16:20 (อ่าน : 303 , ตอบ : 0)


ผู้ตอบ :  
ข้อความ :  
อารมณ์ :                          
Security Code :     
     




จำนวนครั้งการเข้าชม