สุรินทร์ – ตำนานลี้ลับพระปืด! เรื่องเล่าตำนานลี้ลับวัดปราสาทแก้วแหล่งท่องเที่ยวเมืองช้างเชิงประวัติศาสตร์ และทึ่งไปกับวิธีทำนายจากพระเสี่ยงทาย

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook สุรินทร์นิวส์
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

วันที่ ( 24 ก.ค. 64 ) ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสุรินทร์รายงานว่า มีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของ จ.สุรินทร์ โดยมีเรื่องเล่าของตำนานความลี้ลับ ที่มีความน่าสนใจมากๆ คือวัดปราสาทแก้ว ( วัดพระปืด ) ตั้งอยู่ในพื้นที่ บ.พระปืด ม.2 ต.บ้านแร่ อ.เขวาสินรินทร์ จ.สุรินทร์ โดยมีตำนานความลี้ลับของตัวปราสาทแก้ว และพระปืด ที่เป็นองค์พระพุทธรูปที่ประดิษฐานอยู่ในตัวปราสาท รวมถึงพระเสี่ยงทาย ที่ไม่ว่าใครเข้ามากราบไหว้ขอคำทำนายเสี่ยงทาย ก็ถึงกับต้องทึ่งไปตามๆกัน กับวิธีการเสี่ยงทาย และผลคำทำนายที่ได้รับ

พระครูสถิตวรรัตน์ หรือพระแสงจันทร์ ฐานวโร อายุ 77 ปี ( เจ้าอาวาสวัดปราสาทแก้ว ) เล่าว่า เรื่องราวตำนานลี้ลับของปราสาทแก้วนี้คือ ปราสาทสร้างด้วยศิลาแลง ในสมัยขอม ประมาณ ค.ศ 20 และตำนานที่เล่าต่อๆกันมาคือบนยอดปราสาท จะมีลักษณ์เป็นแก้ว จึงมีชื่อว่าปราสาทแก้ว แต่ยอดปราสาทที่เป็นแก้วนั้นได้หายสาบสูญไป ซึ่งก็ยังไม่มีใครยืนยันได้ว่า หายไปเมื่อไหร่อย่างไร เป็นเพียงเรื่องเล่า ส่วนเรื่องลี้ลับที่ชาวบ้านเล่าต่อๆกันมา ว่า ในสมัยนั้นมีกลุ่มชาวบ้านที่ออกมาหาของป่า แล้วพบกับสัตว์ป่าตัวหนึ่ง ที่ลักษณะคล้ายกวาง แต่ลำตัวเป็นสีทองอร่าม จากนั้นชาวบ้านที่เห็นก็พยายามวิ่งไล่ล่า และขว้างอาวุธไปถูกบริเวณขาของกวาง แล้วกวางก็วิ่งหนีหายเข้าไปในป่า ชาวบ้านกลุ่มนั้นเดินตามหาพบเพียงลอยเลือด ที่หยดเป็นทางเข้าไปที่ตัวปราสาทแก้ว แต่พอชาวบ้านกลุ่มนี้ตามไปถึงตัวปราสาท มองเข้าไปด้านใน กลับพบเป็นองค์พระพุทธรูป ตั้งประดิษฐานอยู่ในตัวปราสาท จึงอุทานว่า ( เปรี๊ยะ ปืดๆ ) อีกทั้งพระพุทธรูปนั้นมีเลือดออกมาจากข้อเท้า จึงเชื่อว่า กวางทองตัวนั้นก็คือพระพุทธรูปแปลงกายมานั่นเอง ( เปรี๊ยะปืด ) เป็นภาษากวย แปลว่า พระใหญ่ จึงเรียกว่า พระปืด มาจนถึงปัจจุบัน ซึ่ง ณ ปัจจุบันลอยบากที่เกิดขึ้นอยู่ที่ข้อเท้าของพระพุทธรูป ก็ยังมองเห็นด้วยตาเปล่าได้อย่างชัดเจน และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นก็คือ องค์พระพุทธรูปนั้นมีขนาดใหญ่กว่าช่องที่อยู่ด้านหน้าของปราสาท ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมีคนยกองค์พระลอดเข้าไปตั้งประดิษฐานไว้

ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2523 ก็ถูกโจรลักลอบตัดเอาเศียรไป ท่านเจ้าอาวาสได้ให้ช่างทำเศียรขึ้นมาใหม่ โดยปั้นขึ้นมาจากจิตนาการของชาวบ้านในพื้นที่ ที่จำลักษณะเศียรได้ เนื่องจากในสมัยนั้นไม่ได้มีการถ่ายภาพบันทึกเก็บไว้ จึงทำได้เพียงปั้นขึ้นมาให้คล้ายกับเศียรเดิมให้มากที่สุด

ทั้งนี้พระครูสถิตวรรัตน์ หรือพระแสงจันทร์ ฐานวโร ยังเล่าเรื่องราวความลี้ลับขององค์พระเสี่ยงทายอีกว่า พระเสี่ยงทางองค์นี้อยู่ควบคู่มากับพระปืดอยู่แล้ว ซึ่งลักษณะเป็นการปั้นขึ้นด้วยศิลปะสมัยขอม โดยองค์พระเสี่ยงทายนี้ก็เคยถูกคนร้ายขโมยไปถึง 2 ครั้ง แต่ก็เอาไปไม่ได้ ครั้งแรกชาวบ้านไปพบที่หนองน้ำบ้านบึงซึ่งอยู่ในระแวกเดียวกัน แต่เศียรถูกตัดแยกส่วนออกไป ต่อมามีชาวบ้านไปพบอยู่ในแม่น้ำเขตพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ครั้งที่สองทางเจ้าอาวาส และชาวบ้านได้ไปให้หมอดูทำนายตามความเชื่อ ซึ่งหมอดูทั้ง 9 คนทำนายเหมือนกันทั้งหมดว่า ไม่ต้องออกตามหา เดี๋ยวคนร้ายก็จะนำพระเสี่ยงทายกลับมาส่งคืน เวลาผ่านไปเพียง 45 วัน มีชาวบ้านไปพบที่ในทุ่งนา บ้านหนองตะครอง บรรดาชาวบ้านที่ไปพบนั้น ไม่มีใครสามารถยกองค์พระขึ้นได้ จึงพากันไปนิมนต์เจ้าอาวาสวัดปราสาทแก้ว ที่บ้านพระปืด แล้วอธิษฐานว่าหากเป็นพระคู่บ้านพระปืดจริง ขอให้ยกองค์พระขึ้นได้ พอตั้งจิตอธิษฐานแล้ว หลวงพ่อก็สามารถยกขึ้นได้โดยง่าย และนิมนต์กลับมาไว้ที่วัดปราสาทแก้วเหมือนเดิม ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นจึงเป็นที่มาของความเชื่อ และแรงศรัทธาต่อองค์พระเสี่ยงทายนี้

ส่วนวิธีการขอพรคำทำนายเสี่ยงทายนั้น คือต้องตั้งจิตอธิฐาน ทำจิตใจให้สงบ อธิฐานสิ่งที่อยากรู้ แล้วลองยกองค์พระขึ้น ถ้าคำอธิฐานนั้นจะเกิดขึ้นจริง ก็จะยกองค์พระขึ้นได้โดยง่าย เหมือนน้ำหนักเบา แต่ถ้าคำอธิฐานนั้นจะไม่เกิดขึ้นจริง ก็จะยกองค์พระไม่ขึ้นเลย คล้ายกับมีน้ำหนักมากจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นองค์พระองค์เดี๋ยวกัน

ภาพ/ข่าว:ทีมข่าวสุรินทร์นิวส์

/////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////////

  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
Advertisements
Advertisements
Advertisements

เชิญร่วมบริจาค สนับสนุนสุรินทร์นิวส์ 
เว็บไซต์สุรินทร์นิวส์ โซเซียลมีเดียในเครือข่าย “สุรินทร์นิวส์” เปิดรับเงินสนับสนุนด้วยการให้โอนเงิน ผ่านธนาคารกรุงไทย สาขาโรบินสันสุรินทร์

ชื่อบัญชี สมาคมสุรินทร์นิวส์ บัญชีเลขที่ 660-3-87589-6

เพื่อ “สมาคมสุรินทร์นิวส์” นำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณะกุศล และสร้างกระบวนการเรียนรู้สื่อชุมชน